การหาความต้องการและปริมาณการใช้น้ำ และ การสำรองน้ำ ในอาคารและบ้านเรือน

การหาความต้องการและปริมาณการใช้น้ำ และ การสำรองน้ำ ในอาคารและบ้านเรือน

ออกแบบระบบน้ำประปา น้ำดี ภายในบ้านเรือน ตอนที่ 1

เชื่อหรือไม่ว่า เวลาที่คนเราสร้างบ้านหรือจะติดระบบน้ำดีหรือระบบน้ำประปาที่ใช้ภายในบ้านใหม่นั้นส่วนใหญ่ไม่ได้ค่อยคำนึงถึงปริมาณการใช้น้ำภายในบ้านเรือนต่อวัน การสำรองน้ำไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉิน ไม่แปลกครับ บ้านเก่าผมก็เป็น ถังสำรองน้ำหรือแท้งค์เก็บน้ำบ้านเก่าผมนั้นเล็กมากครับ ตอนผมยังเด็กนี้จำได้เลย พ่อผมทำแท้งค์สำรองไว้แค่ 500 ลิตร มันก็น่าจะพอเนอะ แต่เคยมีเหตุประปาเทศบาลเสีย แค่อาบน้ำกันรอบเดียว 5 คน น้ำที่สำรองหายเรียบ ไม่มีน้ำใช้ไป 3 วัน ต้องช่วยกันไปตักน้ำที่คลองมาเติมใส่โอ่งใช้กัน  อีกอันนึงที่พบบ่อยครับขนาดของปั๊มน้ำภายในบ้านขนาดไม่เหมาะสมเล็กบ้าง ใหญ่เกินไปบ้าง ปั๊มขนาดใหญ่เกินไปนี้ ปัญหานี้พอทนได้เปลื้องแค่ค่าไฟฟ้า ถ้าปั๊มน้ำเล็กไปนี้ปัญหาหนัก ที่เคยเจอบางที่นี้ถึงกับภายในบ้านเปิดน้ำพร้อมกันนี้น้ำแทบจะไม่ไหล

เพราะฉะนั้นในการจะออกแบบระบบประปาหรือระบบน้ำดีภายในบ้าน เรื่องที่สำคัญอย่างนึงเลยต้องหา ปริมาณการใช้งาน ปริมาณการใช้น้ำสูงสุด และปริมาณน้ำสำรองเพื่อใช้ในกรณีฉุกเฉินให้ได้เสียก่อน เพราะถ้าเราหาปริมาณการใช้น้ำสูงสุดได้ เราก็จะสามารถกำหนดขนาดแท้งค์เก็บน้ำ ปั๊มน้ำ หรือขนาดท่อภายในบ้านได้ง่ายและเร็วขึ้น ในที่นี้จะนำเสนอวิธีการง่ายโดยใช้

 1.วิธีการหาความต้องการการใช้น้ำโดยการแยกประเภทการใช้งานของแต่ล่ะอาคาร

ใช้ในการคำนวณหาปริมาณการใช้น้ำของอาคาร หาขนาดของแทงค์เก็บน้ำให้เหมาะสมกับการใช้งาน  

1 อาคารพักอาศัยประเภท Apartment  หรือแม้กระทั่งบ้านเรือน 100-300 ลิตรต่อคนต่อวัน

2.อาคารสำนักงาน 40-75 ลิตรต่อคนต่อวัน

3.อาคารโรงพยาบาล 600-1,000 ลิตรต่อคนต่อวัน

4.อาคารโรงเรียน 50-80 ลิตรต่อคนต่อวัน

5.อาคารโรงแรม 200-400 ลิตรต่อคนต่อวัน

6.อาคารโรงแรม 750-1000ลิตรต่อห้องต่อวัน

7 หอพัก 200-300 ลิตรต่อคนต่อวัน

8.สนามบิน 15-25 ลิตรต่อคนต่อวัน

2. Hunter ‘s Curve

วิธีการหาความต้องการการใช้น้ำด้วยวิธีคำนวณจากการแยกประเภทการใช้งานของแต่ล่ะอาคารนั้นอาจจะปริมาณการใช้งานใช้งานได้ดีกับอาคารเล็ก อย่างเช่นบ้านเรื่อน แต่สำหรับอาคารขนาดใหญ่อย่างเช่น คอนโดมิเนียมที่มีจำนวนห้องพักและจำนวนคนอยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก การใช้น้ำของแต่ล่ะห้องพักอาจจะเกิดไม่พร้อมกัน ดังนั้นการคำนวณโดยใช้ปริมาณใช้น้ำดั่งกล่าวอาจจะทำให้มีปริมาณการใช้น้ำที่สูงเกินความจำเป็น ไม่เหมาะจะนำมาใช้คำนวณหาขนาดท่อและเครื่องสูบน้ำ  เราจึงต้องนำวิธีการคำนวณด้วย Hunter ‘s Curve มาใช้

Hunter ‘s Curve  นั้นสามารถใช้ในการคำนวณหาปริมาณการใช้น้ำอาคารขนาดใหญ่ นอกจากยังสามารถกำหนดอัตราการไหลของน้ำในท่อประปา ยังสามารถนำเอาไปใช้ในการกำหนดหาขนาดของท่อประปาที่ใช้ Booster Pump ปั๊มอัตโนมัติ ได้อีกด้วย การคำนวณหาปริมาณการใช้น้ำด้วย Hunter ‘s Curve นั้น เป็นการเปรียบเทียบอัตราความต้องการการใช้น้ำของเครื่องสุขภัณฑ์ โดยจะมีชื่อเรียกว่า FU (Fixture Unit) หรือ หน่วยสุขภัณฑ์ วิธีการนี้จะคำนึงถึงอัตราการไหลและจำนวนความถี่การใช้งานของแต่ละเครื่องสุขภัณฑ์ประกอบกัน

ตัวอย่างการใช้การกำหนดความต้องการการใช้น้ำด้วยวิธีการแยกประเภทการใช้งานของแต่ล่ะอาคาร

การหาขนาดแท้งค์เก็บน้ำที่เหมาะสม กับจำนวนสมาชิกในบ้าน

            โดยทั่วไปเราต้องเลือกขนาดแท้งค์เก็บน้ำให้เหมาะสมกับความต้องการของแต่ละบ้าน  เพื่อให้มีน้ำสำรองใช้มากพอเพียง โดยมีหลักดังนี้

    ควรมีปริมาณน้ำสำรองอย่างน้อย ประมาณ 3 วัน เผื่อสำหรับเหตุขัดข้องน้ำประปาไม่ไหล จะได้มีน้ำใช้

    คำนวณปริมาณการใช้น้ำทั้งหมดในบ้าน โดยแต่ละคนจะใช้น้ำ ประมาณ 200 ลิตร/คน/วัน

               ดังนั้นถ้ามีคนในบ้าน  4 คน

               ปริมาณการใช้น้ำประมาณ 200 X 4 = 800 ลิตร/วัน 

         ถ้าให้มีน้ำสำรองใช้อย่างน้อย 3 วัน จำเป็นต้องเลือกแท้งค์ที่เก็บน้ำมากกว่า 2,400 ลิตร

          ถ้าต้องการมีน้ำสำรองใช้อย่างน้อย 2 วัน ต้องเลือกแท้งค์ที่เก็บน้ำมากกว่า 1,600 ลิตร

          ถ้าต้องการมีน้ำสำรองใช้อย่างน้อย 1 วัน เลือกแท้งค์ที่เก็บน้ำมากกว่า 800 ลิตร

เป็นไงบ้างครับกับบทความที่เกี่ยวกับการหาความต้องการและปริมาณการใช้น้ำ ที่วิศวกรเครื่องกลและวิศวกรสุขาภิบาลใช้ในการคำนวณหา ในบทความหน้าจะอธิบายวิธีการ  Hunter ‘s Curve และการหาขนาดปั๊ม หรือ เครื่องสูบน้ำที่เหมาะสมกับการใช้งาน ครับ สุดท้ายฝากกด ไลค์ กดแชร์ เป็นกำลังใจให้กันบ้างนะครับ

letskiki

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *